:: Calendar ::
 
 
::Diary Update::
 

ทริปพม่า พาเพลิน วันที่ 3 พุกาม ชมทะเลเจดีย์
ทริปพม่า พาเพลิน วันที่ 2 สกาย อมรปุระ อังวะ
ทริปพม่า พาเพลิน วันแรก มิงกะลาบา ณ เมืองมัณฑะเลย์
เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันที่ 3 ไปเฉิงตู
เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันที่สอง ทัวร์อุ่หลง
เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันแรก
ทริปสุราษฎร์ธานี บ้านย่า เขาสก วันกลับ
ทริปสุราษฎร์ธานี บ้านย่า เขาสก วันที่ 3
ทริปสุราษฎร์ธานี บ้านย่า เขาสก วันที่ 2
ทริปสุราษฎร์ธานี บ้านย่า เขาสก วันแรก
ทริปเกาหลี ตามหาใบไม้เปลี่ยนสี N Seoul Tower อินซาดง

 
:: My diary favourite ::
 
เปอเบล
ตัวเล็ก
leewern
tuk
พี่วิเวียน
Nok
Belle
 

 

Posted on Fri 12 Apr 2013 16:58

เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันแรก

 

วันพุธ 20 มีนา 2556

กรุงเทพฯ - ฉงชิ่ง เที่ยวในฉงชิ่ง ล่องเรือแม่น้ำแยงซีเกียง

 

การเดินทางทริปนี้เริ่มต้นจากนัดเจอกันที่สนามบินดอนเมือง

พี่โอกับบาสไปถึงก่อนแล้ว เราไปช้าอีกตามเคย โดยการออกจากบ้านตีสี่กว่าๆ  ให้พ่อช่วยไปส่ง

แต่เราขับไปก่อน ไปถึงสนามบินประมาณ ตี่สี่ 45 ได้ ไปถึงคนต่อคิวเช็คอินแอร์เอเชียเพียบ

โทรหาบาส บาสบอกว่าต่อคิวอยู่ที่ช่องอีกช่องสำหรับฉงชิ่งโดยเฉพาะ

เพราะว่าเค้าเปิดแถวพิเศษให้ ไม่งั้นคงช้าแน่ๆ แหะๆ ช้าอีกตามเคยตรู

พอเช็คอินเสร็จก็ทำเวลาเข้าเกท ไม่ได้ช้อปปิ้งเลยเ พราะไม่มีเวลา

เข้าไปหาอะไรกินกันก่อน โดยซื้ออะไรกินที่แมคโดนัลด์ เห็นราคาแล้วกินไม่ลงเบยย

เลยจัดพายข้าวโพดมารองท้องก่อน ตอนเข้าคิวนี่ตลกดี คนจีนมานมาซื้อแมคฯ

แต่ไม่ยอมพูดภาษาอังกฤษแฮะ คนขายต้องพูดภาษาจีนใส่

แต่พูดได้ไม่มาก พอคนจีนถามอะไรกลับมา คนขายก็ไม่เข้าใจ

ก็งงกันไป แต่เราก็งงยิ่งกว่า แกมาบ้านชั้นแกยังไม่พยายามพูดภาษาอังกฤษ

แล้วชั้นไปบ้านแก ชั้นจะคุยกับแกรู้เรื่องม้ายยย

 

 

บาสกับพี่โอซื้อพวกชีสเบอร์เกอร์มากิน  ก็ไปนั่งกินในเกท รอเรียกขึ้นเครื่อง

ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าทำไมคนจีนมันเยอะจัง (ฟระ) ดูวุ่นวายๆ นี่ขนาดยังอยู่เมืองไทย

พอได้เวลาเรียกขึ้นเครื่องก็ปล่อยๆ ให้อาซิ้มอาม่าขึ้นไปก่อน

พวกเราก็เข้าห้องน้ำทำธุระแล้วจึงมาต่อคิว

มีอาเฮียกับอาเจ้ดันจะมาแซงคิวที่เรากะบาสต่ออยู่ โดยการเกาะๆ คนอื่นไป

แต่เพื่อนบาสไม่ยอมสะกิดบอกมันว่าให้โปรดไปต่อคิว

มันก็หันกลับมาแล้วชี้ไปที่คนข้างหน้าบาสว่านี่เพื่อนมันมาด้วยกัน 

อืมม แล้วไง เมิงมากับเพื่อนแล้วเกี่ยวไรกับการต่อคิว ถ้ามีเพื่อน 30 คนนี่ไม่ต้องแซงกันหมดเหร๊อ

มาทีหลังก็ไปต่อข้างหลังไป ดีที่พนักงานแอร์เอเชียไม่รับบอร์ดดิ้งพาสมัน

แต่รับของบาสไปตรวจ มันเลยยืนเงิบ แต่ดันมาถามโน่นถามนี่อะไรบาสไม่รู้

เรารำคาญเลยบอกเงียบๆ เหอะ มันเลยกลับมาถามอะไรเราไม่รู้ คงโมโหที่โดนเราด่า

แต่เราไม่ได้ฟัง ตอนนั้นก็โมโหมากๆๆ สรุปเรากับบาสได้เข้ามาก่อน 

อาเฮียแกก็เลยต้องไปต่อคิวด้านหลังมั๊ง สมน้ำหน้า

แต่เรากับบาสก็ต้องรอพี่โออยู่ดี เพื่อจะเดินไปขึ้นรถบัสด้วยกัน

 

 

 พอขึ้นเครื่องก็เห็นถึงสัญญาณของความวุ่นวาย

คนจีนเสียงดัง ช้งเช้งๆ คือจะบอกว่าบางทีต้องหันไปมองว่ามันทะเลาะอะไรกันหรือเปล่าวะ

แต่เปล่าพวกเขาแค่คุยกันอ่ะ พอได้ที่นั่งก็รอเวลาขึ้นเครื่อง ไปๆ มาๆ

ถึงรู้ว่าพวกคนจีนที่มากันเยอะๆ นี่เป็นกรุ๊ปทัวร์นะ แล้วอาเฮียคนที่มาชงเช้งๆ

กับพวกเรานี่ท่าจะเป็นหัวหน้าทัวร์ซะด้วยสิ แต่ช่างมัน อยากนิสัยไม่ดีเอง

 เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันแรก

 

พอเครื่องออกเวลา 6.20 น. พวกเราก็ทำเวลานอนกัน หลับๆ ตื่นๆ ไม่นานเท่าไหร่ 3 ชั่วโมงก็ถึงสนามบิน

สนามบิน Chongqing Jiangbei ออกจากเครื่องก็สัมผัสอากาศเย็นๆ ไม่ถึงกับหนาวมาก

แล้วก็ออกมาตรวจคนเข้าเมือง เข้าห้องน้ำ รับกระเป๋า แล้วก็ไปตามโพย

โดยอันดับแรกต้องหา subway เข้าเมือง คือหาทางไปอาคาร Domestic ก่อน เพราะว่า

สถานีอยู่ที่นั่น ออกจากประตูไปก็เริ่มงง โพยบอกว่าให้เดินไปทางซ้าย

แต่ว่าต้องซ้ายเลยหรือเดินออกไปก่อนหว่า แม้โพยจะละเอียดแต่เราก็งงอ่ะ

 

ทีนี้เหลือไปเห็นรถบัสเขียนว่า Free International– Domestic Transfer อย่ารอช้า ขึ้นเลยดีกว่า

พี่คนขับรถใจดีมาก ช่วยยกกระเป๋าเราขึ้นไปด้วย ไปถึงก็นั่งรอ รอพักนึงก็เอ๊ะ

ทำไมไม่มีคนอื่นขึ้นมาเลยฟระ ต้องรอคนเต็มหรือเปล่า เมื่อไหร่จะได้ไป …etc

ซักพักก็มีคนขึ้นมาอีกคนสองคน พักเดียวรถก็ออก เย้ๆๆ ได้ไปแล้วว

 

จากนั้นรถก็วนออกไปทางตึก Domesticซึ่งเป็นอาคารหลายอาคารมาก ก็ลงตรงปลายๆ

แต่ก็งงอีกว่าเอ๊ะ แล้วเราจะลงไปสถานียังไง ก็เดินย้อนกลับไปเรื่อยๆๆ

จนเจอทางเข้าก็เข้าไปเจอการ์ดอยู่จะถาม เค้าก็ไม่เข้าใจแฮะ ก็ออกมาดีกว่า

แล้วก็เดินต่อไปจนถึงตึกที่กว้างๆ ไปเจอ Information

มีสาวๆ นั่งอยู่หลายคนก็เลยเอาโพยไปถาม สื่อสารกันยกใหญ่

จนมีคนนึงพูดภาษาอังกฤษได้ก็มาบอกว่าให้เราเดินไปตรงนี้ๆ แล้วก็ให้แผนที่พวกเรามา

แล้วก็ถามว่าเรามีที่พักหรือยัง เราก็บอกว่ามีแล้วค่ะ แล้วก็เดินไปเจอบันไดเลื่อนลงไปที่สถานี

    

เดินไปเรื่อยๆ ซื้อตั๋ว ไม่ยาก อันนี้ตามโพยเลย เลือกภาษา

เลือกสถานีปลายทาง เลือกจำนวนคน หยอดเงิน หยิบบัตร

ง่ายมากก จากนั้นเราก็เดินอย่างมั่นใจ

เพราะเป็นคนเตรียมข้อมูลแล้วรู้ว่ามันมีสายเดียว แล้วก็เป็นสถานีสุดท้าย

ยังไงก็ต้องใช่ ต้องใช่แน่ๆ เลยลงบันไดเลื่อนไปก่อนเลยค่ะ รถไฟจอดรออยู่

บาสกับพี่โอก็ตามลงมา พอเราเห็นสองคนจะถึงพื้นแล้ว เราก็ขึ้นรถไฟค่ะ

ความคาดหวังคือสองคนนั้นจะตามเข้ามาด้วย แต่เปล่าค่ะ

สองคนนั้นเจอสกัดโดยพนักงานสถานีรถไฟ ไม่ให้เข้า พร้อมกับประตูขบวนรถไฟที่ปิดลง

เฮ้ยยย !! ไอ้รถไฟบร้า มาปิดไรตอนนี้ฟระ

เพื่อนชั้นยังไม่ขึ้นมาเลยยยอ่ะ เปิดๆๆๆ ก่อน แต่มันก็ไม่ยอมเปิด

พร้อมกับบาสและพี่โอที่ชูมือหนึ่งนิ้วขึ้นมา หมายถึงไรนะ งงๆๆๆ 555

  

 

คนอื่นเห็นก็คงตลกอ่ะ ที่เห็นพวกเราส่งสัญญาณมือไม้กัน 

พอรถไฟออกแล้ว เลยนึกขึ้นได้ว่า ควรจะไปรอที่สถานีถัดไปนี่หว่า

ก็เลยลงเลย แล้วก็ยืนรอๆๆๆ พักใหญ่ก็มีขบวนถัดไปมา

พร้อมเราก็ขึ้นรถไฟไปเจอบาสกับพี่โอ ก็มีการแซวกันใหญ่ ว่ายังไม่ทันไรเล้ยย หลงกันซะแร้

ดีนะคนไม่เยอะ หากันง่ายหน่อย

 

  

จากนั้นก็นั่งสาย 3 ไปลงที่สถานี Chongqingbei เพื่อแวะซื้อตั๋วรถไฟหัวกระสุนไปเฉิงตูในวันมะรืน

อันนี้ไม่ยากมากตามโพยที่จดมา พอลงรถไฟก็ขึ้นข้างบนแล้วเข้าไปใน ticket hall

เราก็ตามโพยเลยไปช่องขวาสุด ไปซื้อกับบาสให้พี่โอรอเฝ้ากระเป๋าจะได้ไม่เกะกะ

พอถึงคิวก็ยื่นกระดาษที่เราจดมา เขียนเบอร์ขบวนรถไฟ กับจำนวนคน

วันที่เอาไว้ คือ D5103/ 3 คน (เขียนหน่วยเป็นภาษาจีน แต่ไม่รู้เขียนถูกเปล่า คนที่แปลว่าเหยินอ่ะ)

วันที่ก็ 22 Mar 2013 จริงๆ พนักงานก็ถามว่า มิ๋งเทียนๆ เรารู้ว่าแปลว่าพรุ่งนี้ เราก็ส่ายหัวบอกโนๆๆ

แล้วก็ชี้ๆ ไปที่กระดาษที่เขียนวันที่ ตอนเค้าคีย์ก่อนจ่ายตังค์ก็ดูหน้าจอที่ยื่นออกมาทางคนซื้อ

ว่าชื่อขบวน วันที่ จำนวนคน ราคาถูกหรือเปล่า

ถ้าตรงก็โอเคๆ หรือตุ้ยๆๆ ถูกแล้วๆๆ จ่ายตังค์ ได้ตั๋วมาเป็นอันจบภารกิจแรก 

ได้ตั๋วมาก็ให้พี่โอเก็บใส่กระเป๋าเลย ถ้าอยู่กับเราสงสัยมันย่อยสลายไปก่อนแน่เบยย

   

จากนั้นก็กลับไปสถานีเดิม นั่งรถไฟต่อไปอีก หนนี้ต้องแบกกระเป๋าลงด้วย ไม่มีบันไดเลื่อนเหมือนตอนขึ้น

อ้อ ทุกสถานีก็ต้องแบกกระเป๋าเข้าเครื่องเอ็กซเรย์กระเป๋า เพื่อความปลอดภัย ก็เลยต้องยกๆ กันหน่อย

 

 

 

จากนั้นก็นั่งสายเดิมแล้วไป transferที่สถานี  Lianglukouเพื่อขึ้นสาย 1 สีแดง

แล้วไปลงที่ สถานี Jiaochangkou พอลงก็ออกทาง exit 2 ที่เขียนว่า SML Center เดินเข้าห้องมา

ตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกหิวแล้วสิ กินอะไรดีนะ ผ่านร้านสุกี้ก็รู้สึกว่าอยากลองแฮะ ก็เดินไปเมียงมองๆ

ตรงข้างๆ ร้าน น้องหมวยที่ทำหน้าที่ต้อนรับลูกค้าก็เดินหน้ายิ้มแป้นมาทักทาย เตรียมต้อนรับพวกเรา

แต่น้องหมวยกลับเงิบไปเมื่อพบว่าพวกเราฟังไม่รู้เรื่องค่ะ 555

น้องหมวยเลยเดินกลับไปตั้งหลักใหม่หน้าร้าน แถบหันไปคุยกับน้องหมวยอีกคน

คงพูดประมาณว่าพวกนี้พูดภาษาจีนไม่ได้ จะทำยังไงดีนะ อยู่เฉยๆ ดีกว่า

เดี๋ยวพวกนี้คงไปกินร้านอื่นแหละ 555แต่พวกเราก็ยังคงยืนมองป้ายเมนูกันต่อไป

ด้วยความอยากลอง แบบกลัวๆ กล้าๆ ว่าจะกินไม่กิน กินไม่กิน จนในที่สุดก็เอาวะ ไม่ลองไม่รู้

ยังไงก็มีรูปอยู่ ดิกฟรีในไอโฟนก็มี ยังไงก็ต้องทำให้ได้กินให้ได้

ก็เลยเข้าไปเลยค่ะ น้องหมวยก็เลยจำเป็นต้องต้อนรับพวกเรา

ด้วยการเอากระดาษสั่งอาหารมายื่นให้พวกเรา เอ่อ ภาษาจีนหมดเลยค่ะน้อง พี่จะอ่านได้ม้ายยย

 

เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันแรก

 

น้องหมวยก็เลยเปิดเมนูที่มีรูปอยู่ แล้วก็ช้งเช้งๆ กันอยู่พักใหญ่

เรื่องที่สื่อสารก็มีเรื่องน้ำซุปว่ามีอยู่สี่ห้าอย่าง จะเอาอันไหน ให้เลือกคนละ 1น้ำซุป

เราก็เลือกมาไม่เหมือนกัน แล้วก็จะเอาชุดใหญ่นี่นะ ให้เลือกเนื้อได้สี่อย่าง เปิดดิก คำว่าหมู กับเนื้อ

จัดมาอย่างละสองค่ะ แต่เพื่อความปลอดภัยถามน้องหมวยก่อนว่าทั้งหมดนี่เราจะต้องจ่ายเท่าไหร่

น้องหมวยเขียนมาที่ 94 หยวน โอเคๆ ห้าร้อยบาท ถือว่ามื้อแรกขอจัดเต็มโหน่ยยย

   

 

พออาหารมา น้องหมวยสองคนก็บริการเราดีมากเลย ส่วนคนอื่นนี่เค้าต้องไปตักน้ำจิ้มเอง อะไรเอง

พวกเราเค้าบริการให้หมดเยย  แน่สิ พวกเราไม่เคยกิน แถมฟังไม่รู้เรื่องด้วย สรุปว่างานนี้ชุดผักเยอะมาก

กินแทบไม่หมด เนื้อก็เยอะจริงๆ กินเสร็จจ่ายเงินจะให้ทิปน้องหมวย น้องหมวยก็บอกไม่เอา ปู่เย้าๆ

แปลกดีเมืองจีนเค้าไม่มีธรรมเนียมให้ทิปเหรอ หรือเห็นเราเป็นต่างชาติเลยไม่เอานะ

   

 

จากนั้นก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนตามโพยจนถึงชั้นL3 แอบงงว่านี่ต้องขึ้นไปสูงถึงชั้นสามถึงจะเดินออกมา

ที่พักเหรอ แต่ก็ต้องทำตามโพยที่ให้มา พอออกประตูก็งงเล็กน้อย จนพี่โอดูพิกัด ว่าไปทางนี้ๆ

ไปถึงจุดก็หมุนอยู่รอบนึง เราก็เห็นทางเข้าที่เหมือนในรูปที่ทาง Sun room apartment hotel ส่งมาให้

เย้ๆๆ ดีใจที่สุ้ดด

 

ขึ้นลิฟท์ตรงไปชั้น 13 ห้อง 1309 ก่อน พอออกจากลิฟท์ก็เจอพนักงานผู้หญิงเดินออกมา

เหมือนเค้ารู้ว่าเราจะมาถึงหรือไง แล้วก็เข้าไปในห้องที่เป็นเหมือนออฟฟิส

เคยอ่านมาว่าที่นี่เค้าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่ผิดคาดแฮะ มีผู้ชายคนนึง พูดได้แหละ

แต่ก็ไม่ได้เยอะมาก แต่แค่นี้เราก็ดีใจแล้ว เราเอาใบจองให้เค้า ที่สองคืนแรก

เค้าก็จะถามว่าจะเช็คเอ้าท์ออกกี่โมง เราก็บอกว่าประมาณ 7 โมงเช้า เค้าก็เลยบอกว่างั้นไม่ต้องจ่ายค่ามัดจำ

ตอนเช้าก็ให้เอากุญแจใส่ห้องไว้ แล้วก็เตือนว่าเวลาออกจากห้องอย่าลืมล็อคประตูนะ

แล้วก็ถามเราว่ามีโปรแกรมไปไหน เราก็บอกว่าจะไปอู่หลง เค้าก็ถามว่าจะไปยังไง

ไปเองหรือยังไง เราก็จะบอกว่า กำลังหาโปรแกรม one day trip อยู่ช่วยแนะนำได้ไหม

ปรากฏเฮียแกก็งงอ่า ไม่เข้าใจ ถามเราเหมือนเดิมว่าจะไปเองหรือยังไง

แงๆๆ พอเราเห็นว่าเค้าคงช่วยเราไม่ได้แล้วมั๊ง

แล้วตามโพยมีคนแนะนำให้ไปซื้อที่โรงแรมที่อยู่ติดกันกับซันรูม

ก็เลยบอกเฮียแกว่า อืมมพวกเราไปเองๆๆ สรุปไปหาเอาดาบหน้าเถอะ

 

จากนั้นก็เข้าห้อง ได้ห้อง 2414 พี่โอได้ห้อง 2416 ชั้น 24 ห้องพักโอเคเลย

ไม่ได้หรูหรามาก แต่ไม่วุ่นวาย เป็นส่วนตัวดี แต่จะมีหน้าห้องมืดไปหน่อยนะ โดยเฉพาะห้องพี่โอ

หารูกุญแจแทบไม่เจอ

 เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันแรก

 

เข้าห้องเก็บของทำธุระพักนึงก็ออกมาเพื่อไปเที่ยว ก่อนออกก็ไปที่โรงแรมหาซื้อทัวร์ไปอู่หลงก่อน

คนขายพูดภาษาประกิตไม่ได้อีกแร้  แต่ก็ทำการซื้อมาได้ในราคา 330 หยวน ต่อเหลือ 300 เหมือนในโพย

เค้าก็ไม่ให้ง่ะ แล้วก็ถามเค้าว่ากี่โมงๆ เค้าบอกแปดโมงให้มารอตรงนี้

เย็นกลับมาประมาณสองทุ่มนะ ทัวร์รวมอาหารด้วยนะ โอเคๆ เข้าใจแล้ว พี่โอจ่ายเงิน เก็บตั๋วโลดด

 

  

ออกเดินทางไปต่อ โดย ขึ้นรถไฟสาย 2ไปลงที่ Zengjiayan เพื่อไป Great Hall of the People

ไปถึงก็ถ่ายรูปก่อน แต่ซึ่งจริงๆ มันผิด จริงๆ ควรจะเดินไปฝั่งตรงข้ามที่เป็นพิพิธภัณฑ์ก่อน

เพราะมันปิดสี่โมง กว่าเราจะถ่ายรูปเดินไปถึงมันปิดก่อน แงๆ อดมาแล้วแน่เลยย

เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันแรก

 

จากนั้นก็นั่งรถไฟฟ้าไปอีกที่คือ Ancient Town of Ciqikou  โดยการนั่งสาย 1ไปลงที่สถานี Ciqikou เลย

พอถึงสถานีก็มีนอีก เดินไปทางไหนเนี่ย โพยไม่ได้บอกไว้ สรุปก็เอาโพยที่มีรูปสถานที่ถามชาวบ้านแถวนั้น

เค้าก็ชี้ๆ ว่าไปทางนี้ โอเค เดินกันต่อไป การทำโปรแกรมไปจีนนี่

แนะนำเลยว่าให้ใส่รูปสถานที่ที่มีชื่อภาษาจีนไปด้วย ช่วยได้เยอะเลย

เพราะคนจีนจะเข้าใจว่าเราจะไปไหนก็ด้วยรูปนี้แหละ  สรุปก็เดินไปไกลเหมือนกันแฮะ เมื่อยขามาก

นี่วันแรกนะเนี่ยย จริงๆ ไปรถเมล์น่าจะดีกว่า เดินๆไปถึงทางเข้าก็เดินเข้าไป มีขนม ของกินขายอยู่เยอะเลย

แต่ไม่กล้ากิน ลักษณะจะหวานๆ เป็นน้ำเชื่อม ไม่ก็ชืดๆ เป็นแป้งยังไงไม่รู้

 

  เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันแรก

 

จนพี่โอไปเห็นร้านบะหมี่ ทำเส้นเองอยู่หน้าร้าน แล้วคนก็นั่งกินเยอะเลย

แต่ละคนเหงื่อตก นั่งเช็ดน้ำตา ซี้ดๆ กันใหญ่ เอาวะ สั่งมาเลย (จริงๆ เรียกว่าชี้ดีกว่า)

เอามาอีเก้อ (หนึ่งอัน จริงๆ น่าจะบอก yi wan) กินกันสามคน ฮ่าๆๆ พอกินคำแรกนี่แบบตื่นเต้นมาก

โอ้วว ฟินมาก เผ็ดได้ใจ แต่อร่อย กลมกล่อมมาก แต่กินไปกินมาชักปากชา ริมฝีปากร้อนฉ่าเลย

แล้วบ้านเมืองนี้ยังไงกัน กินก๋วยเตี๋ยวกินอาหารกัน แต่ไม่มีแก้วน้ำ น้ำบริการเลย

ดีที่มีน้ำขวดพกกันมา สรุปก็บะหมี่ร่วมสาบาน พี่โอกินคนสุดท้ายก็ซดน้ำไป น้ำตาไหลพรากๆ ซะงั้น

  เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันแรก

 

จากนั้นก็เดินไปเรื่อยๆ เหมือนเดินตลาด เจอร้านขายแป้งทอดที่คนต่อแถวยาวๆ อ่ะ

บาสอยากชิมก็เลยไปต่อ แต่ก็นะคิวยาวจริงอะไรจริง แล้วที่สำคัญมันจะอร่อยหรือเปล่าก็ไม่รู้

อร่อยเค้าอาจจะไม่อร่อยเรา ซักพักก็เริ่มคิดว่าจะกินไม่กินดีหนอ เอางี้ดีกว่าบาสรอในแถวก่อนนะ

ต้ะกี้เห็นแว่ปว่ามีคนเค้าหยิบชิมได้ด้วยแหละ เราก็ไม่รีรอเดินไปหน้าร้านแทรกมือเข้าไปหยิบมา 1 ชิ้นเล็กค่ะ

แล้วก็หักเป็นสองส่วนให้บาสชิม แล้วอีกส่วนเราชิม อืมม เป็นแป้งแข็งๆ แห้งๆ แต่เอ๊ะๆๆ ข้างในมีอะไรเนี่ยย

กินแล้วลิ้นชา 555 มองหน้าบาสว่าจะซื้อจริงเหรอ เค้าซื้อกันห่อใหญ่ๆ หลายๆ ห่อ ว่าแล้วไม่กินดีกว่า

รอแล้วคงไม่คุ้มอ่า แต่อยากให้พี่โอชิมด้วย เลยไปหยิบอีก 1ชิ้นมาให้พี่โอได้ลองชิมบ้าง

ปรากฏว่าก็ลิ้นชาไปตามระเบียบ 555 ขอบคุณมากนะที่ให้เราชิม

   

จากนั้นก็ซื้อไอติมกินแก้เผ็ดแล้วก็เดินต่อ ก่อนกลับก็ชิมแป้งกลมๆ จืดๆ นิ่มๆ พอกินได้

แล้วพอเริ่มเย็นก็ ไปที่ต่อไปดีว่า  ออกทางเดินแล้วก็เดินกลับไปทางเดิม ขึ้นรถไฟฟ้าสาย 1

ไปลงที่สถานี  Xiaoshizi ถัดจากที่พักเราไป 1สถานีเอง ตามโพยบอกว่ามีเรือออกตอนสองทุ่ม

พอถึงที่สถานีก็เงิบอีก ไม่รู้จะไปไหนยังไง แถมดูในแผนที่ในไอโฟนของพี่โอ ท่าเรือก็อยู่อีกไกล

ถ้าเดินไปก็เหนื่อยและไม่ทันสองทุ่มแน่ๆ สรุปก็โบกแท็กซี่เอา โดยการเอารูปในโพยที่เป็นรูปเรือให้พี่แท็กซี่ดู

ดีนะเนี่ย เอารูปมาตกแต่งโปรแกรมให้เยอะ ไม่งั้นไม่รู้จะบอกยังไงแน่ๆ 

 

พักนึงแท๊กซี่ก็พาไปจอดที่ท่าเรือ ก็ต้องเดินลงไปจนถึงลักษณะที่เป็นเค้าเตอร์ มีรูปเรือแต่ละแบบ

แต่ละราคาติดไว้ มีตั้งแต่ร้อยกว่าหยวน ต่ำสุดก็เห็นจะ 98 หยวนได้ ไหนนี้สื่อสารกันอยู่นานมากๆๆๆ

กว่าจะเข้าใจ เฮียแกพูดอังกฤษไม่ได้เลย ส่วนเราก็พูดได้บ้าง แต่ฟังไม่รู้เรื่องเลย

สรุปเหนื่อยมาก กับการซื้อตั๋วเรือเนี่ยย แค่จะถามว่าเรือราคา 128 หยวนนี้นะ รวมอาหารด้วยมั๊ย

เฮียแต่ตอบกลับมาว่ากินได้ๆ  แล้วเอาตั๋วมาให้ดู เราเห็นตั๋วมันเขียนว่า without meal เฮ้ยย ไม่รวมนี่

เราเลยถามอีกอันราคา 98หยวน เอาว่ะ เอาอันนี้ละ ออกสองทุ่ม กลับมาสามทุ่ม ชั่วโมงเดียวเองเหรอฟระ

แต่ก็ถูกสุดแล้วนะ เอาเหอะ เด๋วจะกลับมาเสียดายที่ไม่ได้นั่งเรือ จ่ายเงินเสร็จ เฮียแกบอกว่าตามคนนี้ไป

เราก็เดินตามไปเลยย เรือที่เราซื้อตั๋วมาใหญ่เหมือนกัน แต่ไม่หรูหราเท่าไหร่ ขึ้นไปชั้นบนดาดฟ้าเรือก่อนเลย

ปรากฏเต็มค่ะ เคๆ มาช้าไป ไปอีกด้าน เหม็นบุหรี่ ถ้าจะนั่งก็ต้องซื้อชาด้วยนะราคา 30 หยวน จะบ้าเหรอ

ตั๋วแพงจะให้ชั้นกินชาราคาแพงอีก ลงไปช้างล่างก็ได้ เข้าไปนั่งชั้นสอง เป็นลักษณะภัตรคารหรู

มีบริกรเอาเมนูมาให้เราดู ถามว่ากินชามั๊ย พอเราดูราคาหลายสิบหยวน ก็บอกว่าไม่เอาๆ เอาน้ำเปล่ามาแล้วกัน

5 หยวน (ก็ยังแพง ทั่วไป 2 หยวนเอง) แต่ก็หิวน้ำอ่ะ กินหน่อย กินเสร็จก็ไปนั่งถ่ายรูปกันที่ระเบียง

สองทุ่มกว่าเรือออก ปรากฏว่าแม่น้ำยงซีเกียงวันนี้มันเหือดแห้งมาก น้ำน้อยมากเลย

วิวก็ธรรมดาๆ นะ บอกตรงวิวแม่น้ำเจ้าพระยาสวยกว่ามากกก

 เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันแรก

  

พอสามทุ่มกว่าเรือก็มาจอดเทียบท่า เราก็เดินไปอีกทาง คือทางที่จะไป Hongyadong หงยาต้ง

ที่เป็นอาคารจีนโบราณ ก็เดินๆ ไปไกลเหมือนกันแฮะ เมื่อยขาเลย ระหว่างเดินก็เจอฝรั่งอยู่คู่นึง

นึกดีใจว่าเจอฝรั่งแล้ว แล้วก็ชื่นชมใหญ่ว่าฝรั่งนี่เก่งแฮะมาเที่ยวจีนเองได้ เพราะคนที่นี่พูดอังกฤษแทบไม่ได้

พอไปถึงก็ขึ้นไปข้างบน รู้สึกร้านเริ่มปิดแล้ว พี่โอก็ถ่ายรูป เรากับบาสเลยนั่งพัก  

ซักพักอยู่ดีๆ ผู้หญิงฝรั่งคนนั้น เดินมาหาเรากับบาสที่นั่งอยู่ พ่นภาษาจีนใส่ซะงั้น

ไอ้เราก็ทำหน้าเอ๋อสิ งงเต็กเลย ตอบกลับไปว่าชั้นไม่ใช่คนจีน  แต่ๆ ฝรั่งมันพูดภาษาจีนได้ด้วยเว้ยย

เพิ่งชื่นชมไปตะกี้ คือมีแต่พวกเราใช่มั๊ยนี่ที่พูดจีนไม่ได้อ่ะ กลุ้มจายยย

แต่แอบเดาว่าชีน่าจะมาถามเราว่า ห้องน้ำอยู่ไหนแน่เลย เอาล่ะ เดินต่อไป แต่ก็ยังไม่เจอของที่น่าจะกินได้

เดินวนๆ ลงอีกทาง แล้วก็โบกแท็กซี่กลับที่พักดีกว่า

ค่าแท็กซี่ถูกมาก ประมาณ 40 กว่าบาทเอง มิเตอร์แทบไม่ขึ้นเลย

  เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันแรก

 

จากนั้นก็แวะกินเกี๊ยวร้านรถเข็นในซอยฝั่งตรงข้ามซันรูม กว่าจะสั่งก็ยากเย็นอีก

 

บอกไม่ใส่พริก เพราะกลัวเผ็ด กินไปชักจืด อยากได้พริกอีก แต่ก็บอกเค้าไม่ถูก

 

อาเจ๊แกก็ถามว่าจะเอาอะไร ตอบไม่ถูก อืมม กินแบบนี้ก็ได้ สรุปก็กินไม่หมดเพราะเยอะจัด

 

เต็มชามอ่ะ กินจนอิ่มเช็คบิลไปคนละ 8 หยวน จากนั้นก็แวะซื้อน้ำขวด

 

ร้านขายของข้างๆ สามขวด หกหยวน (ซันเก้อ ลิ้วไคว้)

 

  

กลับไปก็อาบน้ำ เล่นเนท นอนเอาแรง พรุ่งนี้ต้องตื่นหกโมงเช้า เพื่อไปทัวร์เวลาแปดโมง  

หลับสนิทเลยคืนนี้เพราะเหนื่อยมาก เช้ามืดตื่นมายังนึกว่านอนอยู่บ้าน

หันไปโดนบาสยังงงว่ามีคนมานอนด้วย ไม่ชิน 555ของเค้าดีจริงนะ Sun room Apartment Hotel

 

 

 

 

 

     Share

<< ทริปสุราษฎร์ธานี บ้านย่า เขาสก วันกลับเที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันที่สอง ทัวร์อุ่หลง >>

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh