:: Calendar ::
 
 
::Diary Update::
 

ทริปเขาหลวง สุโขทัย ไปลำบากกัน...วันแรก
ทริปพม่า พาเพลิน วันที่ 4 ขี่จักรยานในพุกาม
ทริปพม่า พาเพลิน วันที่ 3 พุกาม ชมทะเลเจดีย์
ทริปพม่า พาเพลิน วันที่ 2 สกาย อมรปุระ อังวะ
ทริปพม่า พาเพลิน วันแรก มิงกะลาบา ณ เมืองมัณฑะเลย์
เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันที่ 3 ไปเฉิงตู
เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันที่สอง ทัวร์อุ่หลง
เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันแรก
ทริปสุราษฎร์ธานี บ้านย่า เขาสก วันกลับ
ทริปสุราษฎร์ธานี บ้านย่า เขาสก วันที่ 3
ทริปสุราษฎร์ธานี บ้านย่า เขาสก วันที่ 2

 
:: My diary favourite ::
 
เปอเบล
ตัวเล็ก
leewern
tuk
พี่วิเวียน
Nok
Belle
 

 

Posted on Sat 20 Apr 2013 23:57

เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันที่ 3 ไปเฉิงตู

 

วันที่ 3 ศุกร์ที่ 22 มีนาคม 2556

จากฉงชิ่ง นั่งรถไฟหัวกระสุนไปเฉิงตู ศาลเจ้าสามก๊ก ดูโชว์เปลี่ยนหน้ากาก


วันนี้ตื่นแต่เช้าตรู่ อาบน้ำแต่งตัว เก็บของ เอากุญแจไว้ในห้องแล้วปิดห้อง เพราะออฟฟิสที่ซันรูมยังไม่เปิด

เดินลากกระเป๋ามาขึ้นซับเวย์ เพื่อความประหยัด ไปลงที่สถานีรถไฟ  Chongqingbei

เพื่อไปขึ้นรถไฟหัวกระสุนไปยังเมืองเฉิงตู ไปถึงก็เตรียมเข้าไป waiting room

ก่อนเข้าไปก็แวะซื้อแมคโดนัลด์ก่อน สั่งอาหารเป็นนักเก้ตไก่คนล่ะ 1 กล่อง

(จริงๆ ต้องบอกว่าชี้มากกว่าว่าเอาอันนี้ สามอัน) จากนั้นก็เข้าไปกินที่ waiting room

พอใกล้เวลารถไฟจะมา ก็เตรียมต่อแถว ตรวจตั๋วแล้วก็เข้าไปยังจุดที่รถไฟจอดอยู่ เราก็เดินกันไปตามโบกี้

แล้วก็หาที่นั่งของตัวเอง ขบวนขาไปเฉิงตูนี่จริงๆ น่าจะเป็นขบวนรถนอนนะ แต่เอามาทำเป็นรถนั่ง

เพราะว่าในโบกี้ที่เรานั่งเป็นห้อง ที่มีเตียงสองชั้นอยู่ซ้ายขวา แต่ชั้นบนเค้าเอาเชือกกั้นเอาไว้ ไม่ให้ใช้

งานนี้ก็เลยนั่งกันสามคนแบบหันหน้าชนกัน พอได้ที่นั่งแล้วก็เหมือนจะมีคนมานั่งที่เรา

เหมือนประมาณหมายเลขที่นั่งทิ่ติดไว้หน้าห้องมันดูงงๆ ว่าอันไหนแถวไหน ก็เลยช้งเช้งๆ กับคนจีนนิดหน่อย

ประมาณเรานึกว่าเรานั่งผิดเพราะมีคนมาเหมือนจะไล่ที่ เราก็เลยจะไปนั่งอีกอัน

แล้วคนที่นั่งตรงนั้นเค้าก็บอกว่าไม่ๆ นี่ ที่ชั้นนะ จนสุดท้ายก็ลงตัว สรุปก็นั่งที่เดิม เฮ้อ โล่งไปที

รถไฟออกเวลา 8.53 น. (D5103) ค่าตั๋ว 96.5 หยวน (คูณ 4.77) ตรงเวลาไม่เลทเหมือนประเทศไทย

เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันที่ 3 ไปเฉิงตู


คนที่นั่งตรงหน้าเราเป็นน้องหมวยสองคน อาตี๋อีกหนึ่งคน เค้าก็เปิดเพลงฟังจากไอโฟน แรกๆ ก็เป็นเพลงจีนอยู่หรอก

แต่ไปๆ มาๆ กลายเป็นเพลงไทย แถมพี่แกยังฮัมร้องเพลงอีก เพลงพี่บี้งี้ 

จนพอใกล้ถึงเราก็เลยชวนเค้าคุย เพราะบาสบอกอยากคุยกับเค้า แต่ไปๆ มาๆ ก็คุยได้นิดหน่อย

เพราะเค้าเป็นนักศึกษาพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อยเอง พอประมาณเวลา 10.53 น.

รถไฟฟ้าก็เดินทางมาถึงสถานีรถไฟเฉิงตูตะวันออก ณ เมืองเฉิงตู อากาศเย็นๆ กว่าที่ฉงชิ่งนิดหน่อย

จากนั้นเราก็ออกจากสถานี แล้วก็ส่งตัวแทนสองคน คือเรากับบาส ไปซื้อตั๋วรถไฟขากลับ ราคาเท่าเดิม

ตอนซื้อก็งงเหมือนกันว่าแถวนี้ถูกไหม ก็เลยถามคนข้างหน้า ปรากฏว่าเจอสาววัยรุ่นจีนมากับครอบครัว

ที่ต่อคิวอยู่ข้างหน้า แถมพูดภาษาอังกฤษได้ด้วย เค้าก็บอกว่าซื้อตั๋วแถวนี้ได้

เราก็ใช้มุกเดิมคือเขียนไฟท์รถไฟไปก่อนว่าเราจะไปไฟท์ไหน แล้วก็เขียนจำนวนคน วันที่

เป็นอันเสร็จสรรพ ก่อนจ่ายเงินก็ต้องดูตรงจอที่หันออกมาทางเราเหมือนเดิมว่าข้อมูลถูกไหม

แล้วก็เดินกลับมาหาพี่โอ แล้วก็เข้าห้องน้ำ จากนั้นก็หาซับเวย์ที่อยู่ตรงหน้าเรานี่แหละ

แต่มัวแต่ไปมองไกลๆ เพราะนึกว่ามันต้องเดินออกมาก่อน


ไอ้ตอนที่หมุนไปหมุนมานี่แหละ มีเจ้าหน้าที่สาว แต่งตัวเท่ห์ชะมัดมาถามไถ่พวกเรา

ประมาณว่ามีอะไรให้ช่วยเหลือมั๊ย (น่ารักมาทั้งๆ ที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้นะ)

จากนั้นก็ตะโกนถามเพื่อนๆ เป็นภาษาจีนว่าใครพูดภาษาอังกฤษได้บ้าง แล้วก็มารุมๆ พวกเราช่วยดูแผนที่กันใหญ่

น่ารักฝุดๆ จนในที่สุดพวกเราก็ได้ขึ้นซับเวย์ มาลงที่สถานี Tianfu Square

แล้วก็มาต่ออีกสายมาลงที่สถานี Luomashi แล้วบาสก็พานำไปยังที่พักที่ Lazy bones

ซึ่งตรงในกับพวกเราในตอนนี้ เพราะแปลว่ากระดูกที่ขี้เกียจ อันเนื่องมาจากตอนนี้กระดูกของเรากำลังขี้เกียจมากๆ

เพราะปวดน่องจากการเดินลงบันไดที่อู่หลงมากๆๆ

เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันที่ 3 ไปเฉิงตู


พอถึงที่พักก็เช็คอิน จ่ายค่าที่พัก จ่ายค่ามัดจำ แล้วก็เอาของไปเก็บที่ห้องก่อนทั้งๆ ที่ห้องยังไม่เสร็จ

แต่ท้องเริ่มหิว ก็ต้องหาอะไรกินก่อนละ แต่สตาฟก็คอยถามไถ่เหมือนกันว่าทานอะไรมาหรือยัง

ประมาณเชิญชวนให้กินที่นี่แหละ พอพวกเราถามถึงร้านอาหารก็ตอบคำถามเหมือนไม่อยากจะแนะนำ

หรือว่าคงคิดว่าไอ้พวกนี้มันจะไปกินข้างนอกได้อย่างไร พูดภาษาจีนก็มิได้ จะสั่งอาหารเป็นเหร๊อ อารายประมาณนี้

 แต่พวกเราก็ไม่แคร์ เดินออกไปหาเอาข้างหน้า


อ้อ ให้สตาฟจองตั๋วไปดูโชว์เปลี่ยนหน้ากากตอนค่ำด้วย รอบสองทุ่ม ราคาคนละ 120 หยวน

ส่วนแพนด้า เสียดายที่เราไม่มีเวลาไปดู จะดูบ่ายเค้าก็บอกว่าจะไม่ค่อยได้อะไร เพราะแพนด้าจะนอน เลยอดไป


ก็เดินๆ ไป ถึงแยกก็เลี้ยวขวา  เจอร้านขนมปัง หอมน่ากินก็จัดมาคนละ 1 โอ้ อร่อย กินได้แฮะ

ถัดไปอีกร้านมีซาลาเปาหมูสับขายโอเคจัดมาคนละ 1 อัน

กินคำแรกอร่อยยย กินคำต่อๆ ไป ทำไมลิ้นชาฟระ แว๊กกก ซาลาเปาลิ้นชา จบกัน!


จากนั้นเดินไปอีกหน่อย เจอร้านอาหารคล้ายๆ ฟูดค้อท มีรูปเต็มเลยย  เยี่ยมๆๆๆ เอาเลย ชี้ๆๆ เอาอันนี้

เหม๋ยโย่ว ไม่มี เอ้า อันนี้ล่ะ โย่วๆๆ โอเค จัดมา ข้าวไก่ทอด บะหมี่ผัด ซื้อเสร็จรอพักนึง

พอได้ก็เอามานั่งกิน เอร็ดอร่อยๆๆ จากนั้นพวกเรามีภารกิจ นั่งรถเมล์สาย 48 เพื่อไปซื้อตั๋วรถบัสพรุ่งนี้

เพื่อจะเดินทางไปที่เล่อซาน ก็เดินหาจุดที่จะขึ้นรถเมล์กันตั้งนาน แต่บาสน้อยก็หาจนเจอในที่สุด

แล้วก็ได้ขึ้นสาย 48 ค่ารถคนละ 2 หยวน ขึ้นถูกแต่จะลงถูกเปล่าหว่า งานนี้ใช้ทั้งแผนที่ (บาสดู)

แล้วก็จีพีเอสในไอโฟนของพี่โอ สามมันสมองนี่พออยู่ด้วยกันแล้วเวิคมาก แล้วก็ลุยแบบนี้ตลอดทริป

เราเน้นถามชาวบ้านแถวนั้น (แต่เราต้องมีรูปกับชื่อสถานที่ถึงจะถามได้)

บาสก็ดูทิศ ดูทาง ดูแผนที่กระดาษ sense of direction เริ่ดมากค่ะ

ส่วนพี่โอจะเน้นทางเทคนิคดูพิกัดจีพีเอส ตั้งจุดหมายแล้วก็ดูในไอโฟนว่าตอนนี้เราใกล้ถึงหรือยัง

เรามาถูกทางมั๊ย แถม ดูได้โดยไม่ต้องมีสัญญาณโทรศัพท์หรืออินเตอร์เนทด้วยซ้ำ 

เมื่อสามทักษะมารวมกัน ทำให้ทริปนี้เป็นทริปที่แทบจะไม่หลงหรือหลงน้อยมาก

(ไม่หลงเลยคงยาก เพราะนี่คือเสน่ห์ของการเที่ยวแบบไม่ง้อทัวร์หรือไกด์)

 

สรุปว่าเรานั่งสาย 48 แล้วก็ลงที่สถานีซินหนานเมิน ซึ่งน่าจะอารมณ์ประมาณสายใต้บ้านเรา

เพราะว่าสถานีเค้าจะแบ่งเป็นทิศเหนือ ใต้ ออก ตก เหมือนบ้านเรา (หรือเป็นแบบนี้ทุกประเทศก็ไม่รู้แฮะ)

จริงๆ แล้วก็ต้องลงสถานีแหละ เพราะว่าเป็นสุดสาย ทุกคนลงหมด แล้วก็เดินย้อนกลับไป

ระหว่างทางเราจะเจอคนมาคุยด้วยเยอะมาก ซึ่งเราไม่อยากคุยด้วย เพราะคุยไม่รู้เรื่อง

อารมณ์ประมาณว่า ขายตั๋วรถผี หรือขายทัวร์อะไรแบบนี้เปล่าไม่รู้ เราก็ดิ่งไปที่ information ก่อนเลย

เยี่ยมเลยมีสาวหมวยพูดอังกฤษได้ บอกให้ซื้อตั๋วได้เลยที่ห้องถัดไป แล้วเราก็ถามอะไรอีกจำไม่ได้แล้ว

สรุปก็เดินไปซื้อตั๋ว บอกเค้าว่ารอบ 8.30 หรือ 9.00 น. สามคน อ้อ เตรียมชื่อเมืองภาษาจีนไปด้วยนะ

ด้วยคนต่อคิวเยอะมาก เลยทำให้คนขายไม่ค่อยอยากจะสื่อสารกับเรา ตอนถึงคิวก็อย่าตื่นเต้น อย่ากดดัน

ยื่นกระดาษให้เค้าไปว่าไปไหน กี่โมง หรือจะบอกก็ได้ว่าชิ้วเล่อซาน ซันเก้อ หมิงเทียน 

ว่าแต่เค้าจะฟังรู้เรื่องเปล่าไม่รู้ แต่บางทีก็โดนพูดกลับมาเป็นชุดนะ ไอ้เรื่องเราไปพูดภาษาจีนใส่เค้าก่อนนี่

โดนบาสกะพี่โอขำเลยหาว่าเราพูดได้แต่ฟังไม่ได้ อืมม ก็จริงนะ ในที่สุดก็ได้ตั๋ว

และจ่ายตังค์ในราคา 48 หยวน แต่เขียนเวลาไป 16.00 น. เราก็จะถามคนขายว่าไม่ใช่ๆ นะรอบนี้

 แต่พี่แกก็เหมือนปัดมือ แล้วพูดอะไรไม่รู้ อ๋อ โอเค รู้ละ คงเป็นเหมือนที่อ่านโพยมาคือรอบสี่โมงหมายถึง

รอบสุดท้าย แต่เราจะขึ้นเวลาไหนก็ได้ก่อนสี่โมง โอเค กลับดีว่า ไม่นั่งรถเมล์แล้ว นั่งแท็กซี่ดีกว่า

ให้ไปส่งสวนสามก๊กหน่อย จะไปเที่ยวน่ะ  เหมือนจะใกล้นะ แต่แท็กซี่มันพาอ้อมเปล่าฟระ นั่งนานจัง

ลงฝั่งตรงข้ามแล้วก็เดินข้ามถนนไป ค่าตั๋วแพงแฮะ 60 หยวนเลยเหรอ แต่มาแล้วก็ต้องเข้า

เพราะคนมาเที่ยวที่นี่เยอะเลย เข้าไปให้รู้เลย ที่นี่จะมีรูปปั้นสามก๊กหลายท่านมีประวัติพอสังเขป

เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันที่ 3 ไปเฉิงตู

ซึ่งเราไม่ได้อ่านเรื่องนี้มา ก็เลยรู้เรื่องคร่าวๆ จากนั้นก็เดินไปถนนข้างๆ สวนสามก๊ก เป็นย่านการค้าโบราณ

ถ่ายรูปเล่น จากนั้นก็เดินออกมา โดยการถามเค้าว่าออกทางไหนเค้าก็ชี้ๆ มา

แล้วก็มานั่งรถเมล์สาย 57 ที่ดูจากแผนที่ว่าสามารถไปใกล้ๆ ที่พักเราได้ งานนี้ใช้บาสดูแผนที่กระดาษ

พี่โอดูแผนที่ในไอโฟน ลงรถเมล์แล้วก็เดินไปพักนึง แต่ก็ขาแทบจะหลุด เพราะเดินเยอะสะสม

ไปถึง lazy bones ดีใจมาก เข้าห้องพัก แล้วก็ออกมาทานข้าว สรุปกลับไปทานร้านเดิม ง่ายดี

เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันที่ 3 ไปเฉิงตู

ทุ่มนึงก็เตรียมตัวไปดูโชว์เปลี่ยนหน้ากากตอนประมาณทุ่มครึ่ง ก็มีรถตู้เล็กมารับ มีน้าผู้หญิงนั่งอยู่ในรถคนเดียว

 กับพวกเราสามคน คนขับก็พาไปที่ที่นึงเหมือนโรงละคร เอารถไปจอดข้างหน้าเลย พอลงรถแล้วก็แจกตั๋ว

แล้วก็ชี้ที่รถ ประมาณว่าดูเสร็จแล้วกลับมาที่รถให้ถูกล่ะ ถ่ายรูปไว้ก่อน กลัวผิดคันกลับที่พักไม่ถูกอีก

ระหว่างไปที่โรงละครก็ได้คุยกับน้าคนนั้น ไม่แน่ใจพี่โอเริ่มคุยก่อนหรือเปล่า ก็เลยได้รู้ว่าน้าแกเป็นคนมาเลเซีย

มาเที่ยวที่จีนเป็นเดือนแล้ว แกเปิดร้านกาแฟอยู่ที่ออสเตรเลีย โอ้วว ชีวิตช่างหน้าอิจฉา

อารมณ์ประมาณคนชอบเที่ยว เที่ยวทีเป็นเดือนๆ ตระเวนไปรอบโลก อะไรแบบนี้ 

เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันที่ 3 ไปเฉิงตู

โชว์วันนี้คนเต็มเลย มีโชว์กายกรรม โชว์ความสามารถในการใช้อวัยวะต่างๆ เช่นขาเลี้ยงเก้าอี้

เอาถ้วยไว้บนหัวแล้วรอดใต้เก้าอี้ จนไฮไลท์เป็นการโชว์เปลี่ยนหน้ากาก ซึ่งเร็วมากๆ

เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันที่ 3 ไปเฉิงตู

ประมาณสามทุ่มกว่าก็จบโชว์ นั่งรถกลับที่พัก  นอนหลับ ก่อนนอนก็ผลัดกันนวดขากับบาส

บาสนวดน่องให้เรา เรานวดต้นขาให้บาส ค่อยยังชั่วหน่อย คืนนี้หลับสนิท

พรุ่งนี้เตรียมไปอีกเมืองนึง คือ เล่อซานและเอ๋อเหมย...

 

 

     Share

<< เที่ยวจีน ฉงชิ่ง เฉิงตู ไม่ง้อทัวร์ วันที่สอง ทัวร์อุ่หลงทริปพม่า พาเพลิน วันแรก มิงกะลาบา ณ เมืองมัณฑะเลย์ >>

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh
 

If not for your writing this topic could be very contlouved and oblique.
Maria   
Tue 6 Aug 2013 13:39 [5]
 

God, I feel like I shuold be takin notes! Great work
Chichi   
Tue 6 Aug 2013 13:30 [4]
 

Glad I've finally found sontihemg I agree with!
Nena   
Sun 4 Aug 2013 9:04 [3]
 

I'm quite pleased with the inmaofotirn in this one. TY!
Jose   
Sun 4 Aug 2013 4:50 [2]
 

Nohtnig I could say would give you undue credit for this story.
Yun   
Sat 3 Aug 2013 7:17 [1]